| สยาม ๒๔๗๕ - ๒๔๙๐ |
| ๑. คณะราษฎร | |||||
![]() | |||||
| พ.อ. พระยาทรงสุรเดช | พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา | พ.อ. พระยาฤทธิ์อัคเนย์ | พ.ท. พระประสาสน์พิทยายุทธ | ||
| สี่ทหารเสือ คณะราษฎร | |||||
ในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ ปลายรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ร.ท. ประยูร ภมรมนตรี ได้มาถึงกรุงปารีส และได้พบกับ นายปรีดี พนมยงค์ เล่าให้ฟังถึงความเสื่อมโทรมของ ระบบสมบูรณาญาสิทธิราช และเสียงเรียกร้องของราษฎรในสยาม ที่ต้องการให้เปลี่ยนระบบนั้น หลังจากที่ทั้งสองได้สนทนากันหลายครั้งแล้ว วันหนึ่ง นายปรีดี ได้ชวน ร.ท. ประยูร ไปเดินเล่นที่ ถนน Henri Martin และได้ปรารภกันว่า ได้ยินผู้ที่ต้องการเปลี่ยน ระบบสมบูรณาฯ มามากหลายคน แต่ยังไม่มีใครจะตัดสินใจเอาจริง ฉะนั้นเราจะไม่พูดแต่ปาก คือจะต้องทำจริง จากน้อยไปสู่มาก วางวิธีชักชวนเพื่อนที่ไว้ใจได้ ร่วมเป็นหน่วยแรกขึ้น ต่อมาทั้งสองจึงได้ชวน ร.ท. แปลก และ ร.ต. ทัศนัย ซึ่งย้ายจากบ้านพักเดิมไปอยู่ถิ่นเดียวกับ นายปรีดี ที่ Quartier Latin จึงได้มีโอกาสสนทนากันแทบทุกวัน. ในระหว่าง งานชุมนุมประจำปี ใน ฤดูร้อน พ.ศ. ๒๔๖๘ ของ สมาคม ที่ นายปรีดี เป็น สภานายก อยู่นั้น ได้จัดให้เพื่อนไทยอยู่ร่วมกัน ณ คฤหาสน์ใหญ่ที่ตำบล Chatrettes ซึ่งสมาคมได้เช่าไว้ ๑๕ วัน เวลาค่ำมีปาฐกถาในเหตุการณ์ระหว่างประเทศ และภายในประเทศ มีการโต้วาทีในหัวข้อที่เป็นคติ มีการแสดงละครที่เป็นคติ เช่นเรื่อง โลเลบุรี ของ พระมงกุฏเกล้าฯ ที่แสดงถึงความเหลวแหลกแห่งการศาล และอัยการของบุรี ที่พระองค์สมมุติว่า โลเล มีดนตรี และขับร้อง แต่ไม่มีการเต้นรำยั่วยวนกามารมณ์ และที่สำคัญคือ ได้ปลุกจิตสำนึกเพื่อนนักศึกษาทั่วไปให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน ระบบสมบูรณาฯ ในปีถัดไปนี้เอง คือ ใน เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ก็ได้จัดประชุมประจำปีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ได้พัฒนาจิตสำนึกของเพื่อนนักศึกษาให้สูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง ถึงขั้นให้ร่วมต่อสู้กับ อัครราชทูต ซึ่งเป็นตัวแทนของ ระบบสมบูรณาฯ ในต่างประเทศ ในเรื่องการจ่ายเงินในกระเป๋าให้น้อยเกินไป ทั้งๆ ที่นักศึกษาแต่ละคนก็มีงบประมาณที่ทางรัฐบาล หรือทางบ้านได้มอบไว้ที่ อัครราชทูต อย่างเพียงพอ การต่อสู้ได้ใช้วิธีเท่าที่ธรรมเนียมประเพณีได้อนุญาตไว้ คือ การทูลเกล้าถวายฎีกา ต่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ซึ่งเพิ่งทรงขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจาก รัชกาลที่ ๖. | |||||
![]() | |||||
คณะราษฎรได้ถูกจัดตั้ง และประชุมครั้งแรก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ ที่หอพักแห่งหนึ่ง ณ Rue Du Somerard ผู้เข้าร่วมประชุมมี ๗ คน คือ ๑. ร.ท. ประยูร ภมรมนตรี นายทหารกองหนุน อดีตผู้บังคับหมวดทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์รัชกาลที่ ๖ ๒. ร.ท. แปลก ขีตตะสังคะ นักศึกษาในโรงเรียนนายทหารปืนใหญ่ฝรั่งเศส ๓. ร.ต. ทัศนัย มิตรภักดี นักศึกษาในโรงเรียนนายทหารม้าฝรั่งเศส ๔. นายตั้ว ลพานุกรม นักศึกษาวิทยาศาสตร์ในสวิตเซอร์แลนด์ ๕. หลวงสิริราชไมตรี ผู้ช่วยสถานทูตสยามประจำกรุงปารีส ๖. นายแนบ พหลโยธิน เนติบัณฑิตอังกฤษ ๗. นายปรีดี พนมยงค์ ดุษฎีบัณฑิตกฏหมายฝ่ายนิติศาสตร์ ฝรั่งเศส การประชุมยืดเยื้อถึง ๕ วัน และลงมติให้นายปรีดี พนมยงค์ เป็นประธาน และหัวหน้าคณะราษฎร จนกว่าจะมีบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นในกาลต่อไป ส่วนผู้ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งแรกนี้จะต้องเป็นหัวหน้าสาย เลือกเฟ้นผู้ที่ไว้ใจได้ขยายสมาชิกออกไป โดยต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการการให้ลงมติเป็นเอกฉันท์ ที่ประชุมยังได้พิจารณากรณีที่เกิดพลาดพลั้ง จึงควรต้องมีสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มนี้ต้องซ่อนตัวให้มิดชิด ไม่จำเป็นต้องมาร่วมประชุมบ่อย เพื่อรักษาตัวไว้คอยช่วยเหลือครอบครัวของสมาชิกที่ติดคุก ตำแหน่งนี้ที่ประชุมยกให้ นายแนบ พหลโยธิน ผู้มีฐานะดี เป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อสมาชิกคณะราษฎรได้เริ่มทะยอยกันกลับประเทศสยามในปีนั้น และได้เข้ารับราชการในตำแหน่งต่างๆ บุคคลที่ประสานเชื่อมโยงคณะราษฎรจากปารีสกับสายทหารในพระนคร คือ ร.ท. ประยูร ภมรมนตรี ซึ่งมีความสนิทสนมกับ พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา รองจเรทหารบก กับ พ.อ. พระยาทรงสุรเดช เสนาธิการโรงเรียนนายร้อย ซึ่งเป็นนักเรียนเยอรมัน โดยทั้งสองได้มาเรียนภาษาเยอรมันเป็นประจำ ที่บ้านมารดาของ ร.ท. ประยูร ซึ่งเป็นชาวเยอรมัน ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนกระทั่งชักชวนเข้าร่วมในคณะราษฎร | |||||