| English | ![]() |
สงขลามีหาดทรายที่สวยงาม มีน้ำตก ทะเลสาบ และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สงขลามีชื่อเสียงในด้านการประมง และหาดใหญ่ก็เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม ทั้งยังเป็นเมืองชายแดนติดต่อหระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียด้วย ดังนั้นหาดใหญ่จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในด้านธุรกิจการค้า และขณะเดียวกันนั้น สงขลาก็ยังคงรักษาความเก่าแก่ของโบราณสถาน อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองสงขลาให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป สงขลาจึงเหมาะแก่การท่องเที่ยว เพราะมีลักษณะที่แตกต่างในตัวเองถึง 2 ลักษณะ คือ ความเก่าแก่ของเมืองสงขลาและความทันสมัยของหาดใหญ่ ด้วยระยะทางที่ห่างกันประมาณ 30 กิโลเมตรเท่านั้น
จังหวัดสงขลามีพื้นที่ 7,393.9 ตารางกิโลเมตร (4,621,181 ไร่) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ คือ อำเภอเมือง, อำเภอหาดใหญ่, อำเภอจะนะ, อำเภอระโนด, อำเภอสทิงพระ, อำเภอนาทวี, อำเภอบางกล่ำ, อำเภอนาหม่อม, อำเภอคลองหอยโข่ง, อำเภอเทพา, อำเภอสะบ้าย้อย, อำเภอสะเดา, อำเภอรัตภูมิ, อำเภอสิงหนคร, อำเภอควนเนียง, อำเภอกระแสสินธ์ สงขลามีจำนวนประชากร 1,159,672 คน
การเดินทาง
ทางรถยนต์ ระยะทาง 950 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา รวมระยะทาง 1014 กิโลเมตร มีรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ บริการทุกวัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดไดที่สถานีขนส่งสายใต้ โทร. (02) 4351199, 4347192, 4345557-8 หรือที่ สถานีขนส่งหาดใหญ่ โทร. (074) 232404, 232789
ทางรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดบริการเดินรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ทุกวันทั้งรถด่วนและรถเร็ว ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีรถไฟหาดใหญ่ (074) 243705, 246267, 243978
ทางอากาศ การบินไทย บริการเครื่องบินโดยสาร กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานหาดใหญ่ โทร. (074) 245851-2, 233433, 244282, 243711
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา
จังหวัดสงขลามีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ล้วนแต่มีความสวยงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ได้แก่
แหลมสมิหลา อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสงขลา ห่างจากตลาดทรัพย์สิน (ตลาดสดเทศบาล) ประมาณ 2.5 กิโลเมตร หาดทรายขาวและทิวสนอันร่มรื่นยาวเหยียด มองเห็นทิวทัศน์ได้ไปจนสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่แหลมสนอ่อน และทิศใต้มองเห็นได้ไกลถึงหาดชลาทัศน์ ในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นเขาเก้าเส้งอยู่ลิบ ๆ นอกจากนี้แล้ว ณ แหลมสมิหลายังมีนางเงือก อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันโดดเด่นอย่างหนึ่งของจังหวัดสงขลา
เขาน้อย อยู่ใกล้กับแหลมสมิหลา (ประมาณ 100 เมตร) มีถนนราดยางวนขึ้นเขาได้สองทาง เชิงเขาน้อยทางทิศตะวันออกจัดเป็นสวนสาธารณะไว้สำหรับพักผ่อน มีร้านอาหารบริการ พร้อมด้วยสนามเทนนิสสำหรับผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย เขชิงเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นสวนเสรี มีไม้ประดับตัดแต่งเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ พร้อมโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อน บนยอดเขาน้อยยังเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์อีกด้วย สำหรับผู้สนใจในธรรมชาติของสัตว์ ก็มีลิงอยู่ฝูงหนึ่ง ซึ่งอยู่อาศัยตามธรรมขาติบนเขาน้อย-เขาตังกวนไว้ให้ศึกษา
เขาตังกวน บนยอดเขาตังกวนมีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาประดิษฐานอยู่องค์หนึ่ง ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักนครศรีธรรมราช เป็นศิลปสมัยทวาราวดี (อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ฟุต) จากยอดเขาตังกวนนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลาได้โดยรอบ สามารถขึ้นไปเที่ยวชมได้ มีบันไดอยูทางถนนราชดำเนินใน ในทุก ๆ ปี จะใช้เป็นสถานทีสำหรับพิธีห่มผ้าองค์เจดีย์ และพิธีตักบาตรเทโวและลากพระของสงขลา ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกปีในเดืนอตุลาคม ก่อนจะถึงยอดเขายังมีศาาวิหารแดง (พลับพลาที่ประทับ) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิเชียรคีรี (ชม) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาในสมัยนั้น สร้างพลับพลานี้ถวายตามพระราชประสงของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2431
แหลมสนอ่อน อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแหลมสมิหลา บรรยากาศอันร่มรื่นไปด้วยทิวสนทะเลขนาบสองข้างทางของถนน ตรงปลายสุดของแหลมสนอ่อนยังเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งบริเวณนั้นเป็นที่เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนชมทัศนียภาพด้วย บริเวณแหลมสนอ่อนนี้ยังมีร้านอาหารเปิดบริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย จากชายหาดแหลมสนอ่อนนี้เป็นจุดที่สามารถมองเห็นเกาะหนูได้ใกล้และชัดที่สุด
เกาะหนู-เกาะแมว เป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดสงขลา อยู่ห่างจากชายฝั่งไป เกาะที่อยู่ใกล้ชายฝั่งกว่ามองดูคล้ายหนูและอีกเกาะหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไปคล้ายแมว เหมาะแก่การตกปลา ตามนิทานเล่าว่า
นานมาแล้วมีพ่อค้าชาจีนคนหนึ่งคุมเรือสำเภาเดินทางค้าขายแถบชายทะเลจากเมืองจีนมาถึงเมือสงขลา เมื่อขายสินค้าหมดแล้ว ก็จะซือสินค้าจากสงขลาบรรทุกสำเภากลับไปขายที่เมืองจีน ปฏิบัติอยู่อย่างนี้เป็นประจำ วันหนึ่ง เมื่อขายสินค้าหมดแล้วก็เข้าเมืองสงขลา เพื่อซื้อสินค้ากลับไปขายเมืองจีน ระหว่างที่เดินซื้อสินค้าอยู่นั้น พ่อค้าได้เห็นหมากับแมวคู่หนึ่งมีรูปร่างหน้าตาน่าเอ็นดู จึงขอซื้อหมากกับแมวคู่นั้นเอาลงเรือไปด้วย ฝ่ายหมากับแมวเมื่อลงเรือนาน ๆ ก็เกิดความเบื่อหน่ายและอยากจะกลับไปอยู่บ้านที่สงขลา จึงปรึกษากันหาวิธีการที่จะกลับบ้าน หมาได้บอกกับแมวว่าพ่อค้าเรือสำเภานั้นมีดวงแก้ววิเศษสำหรับกันจมน้ำ หากใครได้ไว้ก็จะว่ายไปไหน ๆ ก็ไม่จม แมวจึงคิดอุบายที่จะได้แก้ววิเศษนั้น โดยไปข่มขู่หนูให้ขโมยแก้ววิเศษของพ่อค้ามาให้ โดยที่หนูขอหนีขึ้นฝั่งไปด้วย ครั้นเรือเดินทางมาถึงเมืองสงขลาอีกครั้งหนึ่งหนูก็ลอบเข้าไปลักเอาดวงแก้วของพ่อค้ามาโดยอมเอาไว้ในปาก แล้วทั้งสามหนีลงจากเรือว่ายน้ำจะไปขึ้นฝั่งหน้าเมืองสงขลา ขณะว่ายน้ำมาด้วยกัน หนูซึ่งว่ายนำอยู่ข้างหน้าก็นึกขึ้นได้ว่าดวงแก้วที่ตนเอาไว้ในปากนั้นมีค่ามหาศาล เมื่อถึงฝั่งหมากับแมวก็คงจะแย่งเอาไป จึงคิดที่จะหนีหมากับแมวขึ้นฝั่งตามลำพัง จะได้ครอบครองดวงแก้วเป็นสมบัติของตนตลอดไป แต่แมวซึ่งว่ายน้ำตามหลังหนูมาก็คิดอย่างเดียวกับที่หนูคิด ก็ว่ายน้ำตรงรี่เข้าไปหาหนู ฝ่ายหนูเห็นแมวตรงเข้ามาก็ตกใจ นึกว่าแมวจะเข้ามาตะปบ จึงว่ายน้ำหนีสุดแรง และไม่ทันระวังตัว ดวงแก้ววิเศษที่อมไว้ในปากก็ตกลงหายไปในน้ำ เมื่อดวงแก้วจมน้ำไปแล้วทั้งหนูและแมวต่างก็หมดแรงไม่อาจจะว่ายน้ำต่อไปได้ สัตว์ทั้งสองจึงจมน้ำตายกลายเป็นเกาะหนูเกาะแมวอยู่ที่อ่าวหน้าเมืองสงขลา ส่วนหมาก็ตะเกียกตะกายว่ายน้ำไปจนถึงฝั่งด้วยความเหน็ดเหนื่อย หมาจึงขาดใจตายกลายเป็นหิน เรียกว่า เขาตังกวนอยู่ริมอ่าวสงขลา ส่วนดวงแก้ววิเศษที่หล่นจากปากของหนู ก็แตกแหลกละเอียดเห็นหาดทราย เรียกกันว่า หาดทรายแก้ว อยู่ทางด้านเหนือของแหลมสน ยื่นออกไปในอ่าวสงขลา (สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.2529 เล่ม 1 สถานบันทักษิณคดีศึกษา)สระบัว เป็นสระขนาดย่อมแบ่งเป็นสองส่วน แต่ละส่วนมีศาลากลางน้ำไว้ มีสัตว์น้ำและปลาหลากหลายพันธ์ เป็นเขตห้ามจับสัตว์น้ำ รอบ ๆ สระบัวจัดตกแต่งเป็นสวนหย่อมไว้ มีอาการเล็ก ๆ ใช้เป็นเวทีกลางในโอกาสที่มีงานประเพณีต่าง ๆ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดสงขลา ทิศเหนือติดถนนรองเมือง ทิศใต้ติดถนนจะนะ เดิมเป็นบ้านพักส่วนตัวของพระยาสุนทรารักษ์ (เนตร ณ สงขลา) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2421 พระวิจิตรวรศาสน์ (เจ้าพระยายมราช) ใช้เป็นจวนพักของข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลาและเมืองนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2437 และใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ พ.ศ. 2439 ในปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดสงขลา เก็บรวบรวมโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่สมัยก่อนประวัตริศาสตร์จากบ้านเชียง และสมัยหินกลาง หินใหม่ จากกาญจนบุรี ตลอดทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยศรีวิชัย ซึ่งเป็นศิลปโบราณวัตถุที่พบในภาคใต้ด้วย เปิดบริการทุกวัน 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดราชการ ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ฯ นี้ทางทิศใต้เป็นกำแพงเมืองเก่าของสงขลา
พิพิธภัณฑ์พะธำมะรง ตั้งอยู่บนถนนจะนะใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดสงขลา เป็นสถาปัตยกรรมแบเรือนไทยที่สร้างขึ้นเพื่อจำลองสถานที่เกิดของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในสมัยที่บิดาของ ฯพณฯ พลเอกเปรมดำรงตำแหน่งพัสดีเรือนจำสงขลา เรือนไทยหลังนี้สร้างขึ้นตามความทรงจำจากคำบอกเล่าของ ฯพณฯ พลเอกเปรม
ป้อมปืนปากน้ำแหลมทราย เป็นป้อมปืนสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 พร้อมกับการสร้างเมืองใหม่ที่สงขลาในปัจจุบัน ปัจจุบันป้อมนั่งอยู่ในบริเวณหลังกองบังคับการตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดสงขลา
ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่บนถนนางงาม ชาวสงขลาเรียกว่า
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา เป็นที่เคารพสักการะของชาวสงขลาและประชาชนผู้นับถือทั่วไป ตัวอาคารศาลเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสร้างเมืองสงขลา อันทำให้บ้านเรือนในละแวกใกล้เคียงมีรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมแบบจีนด้วย บ้านเรือนในละแวกนั้นหลายหลังเป็ฯอาคารที่สร้างขึ้นมาในสมัยเดียวกับที่สร้างศาลหลักเมือง ทำให้เป็นบ้านเรือนเก่าแก่คู่เมืองสงขลา ซึ่งทุกวันนี้ยังคงมีอยู่ แต่ก็มีการเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา โดยไม่มีการตกแต่ง โดยเฉพาะบ้านเรือนบนถนนนครในและนครนอก ซึ่งล้วนแต่เป็นอาคารที่มีอยู่คู่กับเมืองสงขลามาช้านานแล้ววัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) ตั้งอยู่บนถนนไทรบุรี อำเภอเมืองสงขลา เป็นพระอารามหลวง สร้างมาประมาณ 400 ปีแล้ว เดิมเรียกว่าวัดยายศรีจันทร์ เพราะกล่าวกันว่า ยายศรีจันทร์ คหบดีผู้มั่งคั่งในเมืองสงขลาได้อุทิศเงินสร้างขึ้น ต่อมาประชาชนพากันเรียกว่า
วัดกลาง เพราะมีผู้สร้างวัดอื่นขึ้นทางทิศเหนือวัดหนึ่ง (วัดเลียบ) และทางทิศใต้อีกวัดหนึ่ง (วัดโพธิ์) ชาวสงขลาจึงเรียกวัดยายศรีจันทร์ว่า วัดกลาง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาบาลีว่า วัดมัชฌิมาวาส โดยพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ครั้งเสด็จเยือนสงขลาเมื่อ พ.ศ. 2431 ภายในโบสถ์ยังมีภาพเขียนฝาผนังอันวิจิตรอีกด้วย นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ ภัทรศิลป์ เป็นที่เก็บวัตถุโบราณต่าง ๆ ซึ่งรวบรวมได้จาก อำเภอเมืองสงขลา สทิงพระ ระโนด และอื่น ๆ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การศึกษาเจดีย์พระบรมธาตุวัดชัยมงคล อยู่ภายในบริเวณวัดชัยมงคล ถนนเพชรมงคล-ชัยมงคล พระบรมธาตุที่บรรจุในเจดีย์นี้เป็นพระบรมธาตุที่ได้มาจากลังกาประมาณ พ.ศ. 2435 มีพระอาจารย์สอนบาลีในวัดชัยมงคลรูปหนึ่งนามว่า
นะ อิศโร ท่านไปลังกาโดยทางเรือ ได้มีโอกาสรู้จักกับคหบดีเศรษฐีใหญ่ในลังกา ซึ่งมีพระธาตุพระทศพลอยู่มาก ท่านเศรษฐียินดีถวายให้ พระอาจารย์นะ อิสโร ได้อธิฐานและเลือกได้พระบรมสารีริกธาตุพระพุทธองค์ ท่านเศรษฐีเสียใจมาก แต่คงยินดีให้ และบอกว่าพระบรมธาตุเป็นคู่บารมี พระอาจารย์นะ อิศโร จึงไดนำพระบรมธาตุมาสงขลา และได้สร้างพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมธาตุให้พุทธศาสนิกชนได้สร้างสักการะจนปัจจุบันตำหนักเขาน้อย ตั้งอยู่เชิงเขาน้อยทางทิศใต้ถนนสะเดา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2454 เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้ายุคลฆัมพร (กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์) เมื่อครั้งมาดำรงตำแหน่งพระสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช และต่อมาดำรงตำแหน่งสมเด็จอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ เคยใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ในคราวเสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดภาคใต้ เมื่อเดือนมีนาคม 2502 ปัจจุบันใช้เป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัด
เก้าเส้ง เขาเก้าเส้งอยู่ทางทิศใต้ของแหลมสมิหลาประมาณ 3 กิโลเมตร เดินทางไปได้โดยใช้เส้นทางไปสถานบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแห่งชาติ จังหวัดสงขลา ณ เขาเก้าเส้งนี้ ยังเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์อีกด้วย มีตำนานเล่ากันถึงเก้าเส้ง หรือที่เรียกกันในภาษาพื้นเมืองว่า
หัวนายแรง ว่า ครั้งนั้นทางเมืองนครศรีธรรมราชกำหนดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในเจดีย์ และจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่โต บรรดา 12 หัวเมืองปักษ์ใต้ต่างก็นำเงินทองไปบรรจุในพระบรมธาตุ เมืองที่นายแรงเป็นเจ้าเมืองก็เป็นเมืองขึ้นของนครศรีธรรมราชด้วย ประกอบกับนายแรงมีความศรัทธาในพุทธสานา จึงขนเงินทองเป็นจำนวนมากถึงเก้าแสน บรรทุกเรือสำเภาพร้อมด้วยไพร่พลออกเดินทางไปเมืองนครศรีธรรมราช ขณะกำลังเดินทาง เรือสำเภาถูกคลื่นลมชำรุด จึงเข้าจอดเรือที่ชายฝั่งหาดทรายแห่งหนึ่งเพื่อซ่อมแซมเรือ พอได้ทราบข่าวว่าทางเมืองนครศรีธรรมราชได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเสร็จแล้ว นายแรงเสียใจมากจึงให้ไพร่พลขนเงินทองบรรจุไว้บนยอดเขาลูกหนึ่ง สั่งให้ลูกเรือตัดหัวของตนไปวางไว้ที่ยอดเขา นายแรงกลั้นใจตาย ลูกเรือจึงจำใจตัดหัวเจ้านายไปวางไว้บนยอดเขาตามคำสั่ง เขาลูกนี้ภายหลังเรียกว่า เขาเก้าแสน เสียงเพี้ยนไปเป็น เก้าเส้ง ก้อนหินที่ปิดทับอยู่บนยอดเขาเรียกว่า หัวนายแรง ชาวบ้านเชื่อว่าดวงวิญญานของนายแรงยังเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์อยู่ที่เขาเก้าเส้งมาจนทุกวันนี้ . (สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ. 2529 เล่ม 5 สถาบันทักษิณคดีศึกษา)สวนสัตว์สงขลา ตั้งอยู่เลขที่ 189 ถนนสงขลา-จะนะ ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดบนพื้นที่ 911 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าของไทย แล้วคืนสัตว์สู่ถิ่นกำเนิดเดิม ลักษณะภูมิประเทศของสวนสัตว์สงขลาเป็นภูเขาเล็ก ๆ หลายลูก มีถนนราดยางโดยรอบ และแยกชนิดสัตว์ไว้เป็นหมวดหมู่ มีสัตว์มากมายหลายชนิด ทั้งที่ถิ่นกำหนดในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น อูฐ, นกชนิดต่าง ๆ , วัวแดง, เสือ, จระเข้, ฯลฯ นอกเหนือจากสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ อันควรค่าแก่การศึกษาแล้ว สวนสัตว์สงขลายังมีจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ จุดชมวิว ที่ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของจังหวัดสงขลาที่มีความสวยงามในอีกมุมมองหนึ่งได้ และยังมีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (074) 325037-8
บ้านศรัทธา เป็นบ้านที่ชาวสงขลาพร้อมในกันสร้างมอบให้กับ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สร้างเสร็จเมื่อ 26 สิงหาคม 2534 ต่อมาท่านได้มอบบ้านศรัทธานี้คืนให้กับชาวสงขลาเมื่อปี 2539 พร้อมกันนี้ทางจังหวัดสงขลาได้จัดสร้างอาคารหอสมุดกาญจนาภิเษกขึ้น ตรงเชิงเขาใกล้กับบ้านศรัทธา และเปิดเป็นที่ศึกษาค้นคว้าและท่องเที่ยว บ้านศรัทธานี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงความศรัทธาที่ชาวสงขลามีต่อ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ทัศนียภาพของบ้านศรัทธาโดยรอบเป็นสวนมะพร้าว ตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นได้ไกลถึงสะพานติณสูลานนท์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 ก.ม. รอบบ้านจัดตกแต่งเป็นสวนหย่อม บรรยากาศร่มรื่น
เจดีย์พี่น้องยอดเขาแดง
เจดีย์องค์ดำ ตั้งอยู่บนยอดเขาแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เจ้าเมืองพระคลัง (ดิศ บุนนาค) สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ หรือสมเด็จพระยาบรมมหาประยูรวงศ์สร้างไว้เป็นที่ระลึกเมื่อครั้งปราบกบฎเมืองไทรบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2373
เจดีย์องค์ขาว พระยาศรีพิพัฒน์ (ทัด บุนนาค) สมเด็จพระยาองค์น้อย หรือสมเด็จพระยามหาพิชัยญาติ สร้างไว้เป็นที่ระลึกเมื่อครั้งปราบกบฎเมืองไทรบุรี ปัตตานี ปีนังและมาลายู เมื่อปราบกบฎได้แล้วพระยาศรีพิพัฒน์รับราชการเมืองสงขลาอยู่ 2 ปี จึงได้สร้างเจดีย์ไว้บนยอดเขากลางเมืองสงขลาอีกองค์หนึ่งคู่กันแล้วจึงยกทัพกลับกรุงเทพฯ
ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีอาณาเขตติดต่อจากจังหวัดสงขลาถึงจังหวัดพัทลุง มีความยาวจากปากน้ำไปทางทิศเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดประมาณ 20-25 กิโลเมตร ทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบน้ำจืดแต่จะกร่อยในช่วงที่ติดต่อกับทะเล เนื่องจากทะเลสาบมาขนาดใหญ่มาก ทำให้เป็นที่อาศัยของพืชและสัตว์น้ำนานาพันธ์ รวมทั้งนกน้ำด้วย อุทยานนกน้ำคูขุดเป็นที่หนึ่งที่มีค่าควรแก่การเยี่ยมชม
สวนป๋าเปรม อยู่เชิงสะพานติณสูลานนท์ช่วงแรก (จากบ้านน้ำกระจายข้ามไปเกาะยอ) จัดไว้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจริมทะเลสาบสงขลา ภายในบริเวณสวนป๋าเปรมมีไม้ดอกไม้ประดับและไม้ยืนต้นปลูกไว้สวยงามร่มรื่น และยังมีสนามเด็กเล่นด้วย
สะพานติณสูลานนท์ เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 4146 เชื่อมระหว่างทางหลวงหมายเลข 407 สายหาดใหญ่-สงขลา กับทางหลวงหมายเลข 4083 สายสงขลา-ระโนด โดยเป็นสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาจากฝั่งบ้านน้ำกระจายผ่านเกาะยอดไปฝั่งเขาเขียว เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคมให้มีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องรอข้ามแพขนานยนต์บริเวณฝั่งหัวเขาแดงไปยังจังหวัดสงขลา สะพานติณสูลานนท์ เริ่มสัญญาก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2527 และสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2529 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2529 สะพานติณสูลานนท์ประกอบด้วยสะพานสองสะพานคือ

ช่วงแรก เชื่อมต่อระหว่างชายฝั่งด้านอำเภอเมืองสงขลา บริเวณบ้านน้ำกระจายกับชายฝั่งตอนใต้ของเกาะยอ รวมความยาวของสะพานใหญ่ 950 เมตร มีเชิงสะพานเชื่อมต่อกับคันทางของถนนที่ปลายทั้งสองข้างของสะพานใหญ่ยาวด้านละ 100 เมตร รวมความยาวทั้งสิ้น 1,140 เมตร

ช่วงที่สอง เชื่อมระหว่างฝั่งด้านเหนือของเกาะยอกับฝั่งด้านบ้านเขาเขียว ความยาวของสะพานใหญ่ 1,700 เมตร ที่ปลายสะพานใหญ่ด้านฝั่งเกาะยอมีคันทางหินถมยาว 225 เมตรเชื่อมต่อคอสะพานกับถนนบนเกาะ และปลายสะพานด้านฝั่งเขาเขียวมีเชิงสะพานยาว 100 เมตร รวมความยาวทั้งสิ้น 1,800 เมตร
เกาะยอ เป็นเกาะหนึ่งในหลาย ๆ เกาะที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา เกาะยอเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ชาวเกาะยอส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนและทำการประมง มีถนนราดยางรอบเกาะ สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทางรถยนต์โดยผ่านสะพานติณสูลานนท์ บนเกาะยอมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ สถาบันทักษิณคดีศึกษา ผลไม้จากเกาะยอยังมีชื่อเสียงเรื่องรสชาติอีกด้วย ที่สำคัญคือ จำปาดะ และยังมีการทอผ้าพื้นเมืองแท้ ๆ ของชาวเกาะยอเอง คือ ผ้าทอเกาะยอ ผ้าทอพื้นเมืองที่เหมาะแก่การเลือกซื้อหาไว้ใช้ อาหารทะเลสด ๆ มีบริการในร้านอาหารอันมีอยู่มากมายบนเกาะยอ ซึ่งล้วนแต่มีรสชาติดีในราคาย่อมเยาอีกด้วย ที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ชอบแสวงหาโชคลาภคือ วัดเขาบ่อ มีหินรูปช้างอยู่ในวัด ว่ากันว่าหากผู้ใดมีโชคดีลูบช้างแล้วจะเห็นเลข ให้นำเลขนั้นไปเสี่ยงโชค
สถาบันทักษิณคดีศึกษา ตั้งอยู่ที่บ้านอ่าวทราย หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะยอ ใกล้กับสะพานติณสูลานนท์ ช่วงที่ 2 อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 4146 มีพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ 1 งาน 39.9 ตารางวา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 เพื่อศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ พื้นที่ส่วนหนึ่งของสถาบันฯ อยู่บริเวณเชิงเขาและอีกส่วนหนึ่งอยู่บนยอดเขา ภายในสถาบันฯ จัดแบ่งไว้เป็นอาคาร ๆ และแยกไว้เป็นหมวดหมู่ ไว้อย่างน่าสนใจมาก ภายใจอาคารจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่ค้นพบในภาคใต้ พร้อมด้วยวัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตของชาวใต้ตั้งแต่ครั้งอดีต ทั้งยังมีห้องสมุดไว้ให้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภาคใต้โดยเฉพาะด้วย บริเวณภายนอกอาคารได้จัดไว้เป็นสวนหย่อมและศาลาทรงไทยเป็นหลัง ๆ และยังมีร้านค้าของที่ระลึกไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย จากบริเวณยอดเขาของสถาบันฯ เป็นจุดชมวิวที่ดีสามารถมองเห็นอีกทัศนียภาพหนึ่งของทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะยอและทะเลสาบสงขลา นอกจากนั้นสถาบันฯ ยังมีห้องพักไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย อัตราค่าเข้าเยี่ยมชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวเอเชีย 30 บาท ชาติอื่น ๆ 50 บาท สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (074) 331185-8
อำเภอสทิงพระ
อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา) ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 4 ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองสงขลา 55 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4083 มีถนนแยกจากทางหลวงเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลาเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2519 มีพื้นที่อยู่ในเขตรับผิดชอบทั้งหมด 227,916 ไร่ (ประมาณ 364 ตารางกิโลเมตร) นับเป็นหนึ่งในหลายที่ของทะเลสาบสงขลา อันควรค่าแก่การเดินทางท่องเที่ยวไปเยี่ยมชม เพื่อเพลิดเพลินกับธรรมชาติของทะเลสาบ และการดูนก จากการสำรวจของกรมป่าไม้พบว่ามีนก 44 วงศ์ 137 สกุล 219 ชนิด สามารถเช่าเรือเพื่อชมรอบ ๆ ได้ โดยเสียค่าบริการชั่วโมงละ 150 บาท ในช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ของทุกปี เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดแก่การดูนก รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ โทร. (074) 397042
หาดมหาราช ทางเข้าอยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสทิงพระ เข้าไปประมาณ 500 เมตร หาดสทิงพระเป็นหาดทรายสีขาวยาวประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำทะเลใสสะอาดน่าลงไปแหวกว่าย บริเวณริมหาดเป็นป่าสน มีบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น
วัดจะทิ้งพระ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสะทิงพระ ห่างจากที่ว่าการอำเภอสทิงพระประมาณ 200 เมตร เดิมเรียกว่า วัดสะทิงพระ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1542 ภายในวัดมีโบราณสถานซึ่งเป็นศิลปสมัยศรีวิชัยที่น่าสนใจ อาทิเช่น เจดีย์พระมหาธาตุ, วิหารพระพุทธไสยาสน์, หอระฆัง เป็นต้น
วัดพะโคะ (วัดพระราชประดิษฐาน) ตั้งอยู่บริเวณเขาพัทธสิงห์ หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นวัดจำพรรษาของสมเด็จพะโคะ หรือ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะลจืด อันเป็นที่เคารพ-สักการะของประชาชนทั่วไป วัดพะโคะนี้กล่าวกันว่าสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 500 ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย เช่น พระพุทธไสยาสน์, รอยฝ่าพระพุทธบาท, ลูกแก้วคู่บารมีของสมเด็จเจ้าพะโคะ, รูปจำลองสมเด็จเจ้าพะโคะปางนั่งสมาธิ, อนุสาวรีย์สมเด็จเจ้าพะโคะปางจาริกธุดงค์ ฯลฯ นักท่องเที่ยวสามารถดินทางไปวัดพะโคะโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 407 ทางสะพานติณสูลานนท์ผ่านเกาะยอ แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4043 สงขลา-ระโนด หลักกิโลเมตรที่ 110 ทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดพะโคะ ระยะทางจากตัวเมืองสงขลาถึงวัดพะโคะประมาณ 48 กิโลเมตร
อำเภอเทพา
หาดสะกอม อยู่ห่างจากอำเภอเมืองสงขลาไปทางถนนเอเชีย 4 ระยะทาง 53 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอจะนะ 15 กิโลเมตร มีถนนยาวประมาณ 1 กิโลเมตรเข้าถึงชายหาด ใกล้ ๆ กันนั้นคือหาดสร้อยสวรรค์ เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนและแคมปิ้งมาก นอกจากนั้นไม่ไกลจากฝั่งนักยังมีเกาะขาม ซึ่งมีปลาชุกชุมเหมาะแก่ผู้ชื่นชอบกีฬาตกปลา และยังมีที่พักบริการด้วย
อำเภอสะบ้าย้อย
วัดถ้ำตลอด ตั้งอยู่บ้านถ้ำตลอด หมู่ที่ 6 ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย ห่างจากที่ว่าการอำเภอสะบ้าย้อยประมาณ 25 กิโลเมตร บริเวณวัดมีถ้ำสวยงามมากเรียกกันว่า ถ้ำตลอด เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ ทะลุไปอีกฟากของภูเขา บริเวณถ้ำมี 3 คูหา มีพระพุทธรูปเก่าแก่สร้างด้วยไม้โบกปูนซีเมนต์มีอายุหลายร้อยปีเป็นที่เคารพนับถือของราษฎรทั่วไป มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ปางไสยาสน์ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมประมาณ 100 องค์ และยังมีรูปยักษ์ขนาดใหญ่ สูงประมาณ 6 เมตรยืนอยู่หน้าถ้ำ บริเวณถ้ำมีอากาศร่มรื่น เย็นสบาย เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนหย่อนใจ
ถ้ำรูนกสัก ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลคูหา อำเภอสะบ้าย้อย ห่างจากที่ว่าการอำเภอสะบ้าย้อยประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นถ้ำที่มีลำธารไกลผ่านกลางถ้ำ มีหินงอกหินย้อยรูปร่างลักษณะต่าง ๆ มากมาย ถ้ำยาวประมาณ 300 เมตร บางตอนของถ้ำมืด บางตอนสว่าง การเดินทางเที่ยวถ้ำนี้ต้องปีนป่ายซอกหินลาดชันเล็กน้อย ธรรมชาติโดยรอบถ้ำยังอุดมสมบูรณ์และคงความงดงามยิ่งไว้
อำเภอบางกล่ำ
วัดคงคาเลียบ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองขวน หมู่ที่ 5 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย บนเนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา วัดคงคาเลียบนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเคารพ และนิยมไปนมัสการเพื่อสิริมงคลแก่ตัวเอง
อำเภอหาดใหญ่
วัดหาดใหญ่ใน ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมใกล้สะพานคลองอู่ตะเภา เป็นที่ประดิษฐานพระนอนขนาดใหญ่ ที่ว่ากันว่าใหญ่เป็นอันดับสามของโลก มีขนาดยาว 35 เมตร สูง 15 เมตร กว้าง 10 เมตร ชื่อ พระพุทธหัตถมงคล เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมไปเยี่ยมชมและนมัสการพระนอน
สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ อยู่ริมถนนกาญจนวณิชย์ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ไปตามเส้นทางหาดใหญ่-สงขลา ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวหาดใหญ่และอำเภอใกล้เคียง ภายในบริเวณสวนสาธารณแห่งนี้จัดตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม มีศาลากลางน้ำ สวนสัตว์ขนาดเล็ก สวนนก และยังมีร้านอาหารไว้บริการด้วย บริเวณเชิงเขาใกล้กับสวนนกเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) บริเวณยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระพรหม ส่วนทางเชิงเขาด้นทิศใต้ใกล้กับค่ายลูกเสือเป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมหยก
น้ำตกโตนงาช้าง อยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ห่างจากหาดใหญ่ประมาณ 26 กิโลเมตร ไปทางเส้นทาง หาดใหญ่-รัตภูมิ ประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายที่บ้านหูแร่ไปตามถนนอีกประมาณ 13 กิโลเมตร สุดทางจะถึงน้ำตก น้ำตกโตนงาช้างนี้มีทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นที่สวยงามที่สุดคือชั้นที่ 3 สายน้ำตกไหลแยกกันมาในลักษณะคล้ายงาช้าง อันเป็นที่มาของชื่อโตนงาช้าง (
โตน เป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่าน้ำตก โตนงาช้างจึงหมายถึงน้ำตกรูปงาช้าง) โตนงาช้างมีน้ำไหลตลอดปี มากมายน้อยบ้างตามฤดูกาล ภายในบริเวณโตนงาช้างยังมีเส้นทางเดินป่าไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ผจญภัยเล็ก ๆ เพื่อเข้าถึงธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์มากอยู่น้ำตกบริพัตร อยู่ในเขตอำเภอรัตภูมิ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 406 หาดใหญ่-สตูล ระหว่าง ก.ม. 35-36 แยกทางลูกรังเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกเล็ก ๆ ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง มีน้ำตลอดปี
อำเภอกระแสสินธุ์
อำเภอกระแสสินธุ์อยู่ห่างจากอำเภอสทิงพระไปทางเหนือตามเส้นทาง สทิงพระ-ระโนด ประมาณ 13 ก.ม. แยกเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 13 ก.ม. อำเภอกระแสสินธุ์มีสถานที่น่าสนใจเหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่หลายที่ด้วยกัน
วัดเอกเชิงแส ตั้งอยู่ที่ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ เดิมชื่อวัดเอก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทำด้วยหินปะการัง นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันหล่อปูนพอกรอบพระพุทธรูปองค์เดิมไว้ มีขนาดหน้าตักกว้าง 70 ซ.ม. สูง 120 ซ.ม. รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามที่วัดเอกเชิงแส โทร. (074) 399075
หน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าแหลมควายราบ อยู่ที่ ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ ที่ทำการตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา สามารถดินทางโดยเรือจากคูขุดได้ หรือทางถนนผ่านทางหน้าอำเภอกระแสสินธุ์ได้ มีลักษณะเด่นคือ รอบ ๆ บริเวณที่ทำการมีนกน้ำอยู่มากมาย สามารถมองเห็นไดง่ายโดยไม่ต้องนั่งเรือออกไปดู โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นจะมีนกออกหากินให้เห็นมากพิเศษ
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (วัดแหลมบ่อท่อ) ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลเกาะใหญ่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 7 ก.ม. เล่ากันว่า พระรูปหนึ่ง คือ
พระสินนารายณ์ และ ขุนวิชัยพรหมศานส์ ฆราวาสคนหนึ่งได้เดินทางจากประเทศอินเดียสู่กรุงศรีอยุธยา เป็นผู้สร้างบ่อน้ำนี้ไว้ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้มีน้ำสะอาดใสตลอดปีอำเภอนาทวี
อำเภอนาทวีอยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 60 ก.ม.
อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์มาก ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างยังมีน้ำตก 2 แห่ง คือน้ำตกโตนดาดฟ้า และน้ำตกโตนลาดฟ้า การเดินทางไปเยี่ยมชม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ 2 ทาง คือ จากอำเภอสะเดา ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร และจากอำเภอนาทวี ไปตามเส้นทางสายนาทวี-บ้านประกอบ ระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอนาทวี โทร. (074) 371010
อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง ตั้งอยู่ในบริเวณเขาน้ำค้าง หมู่ 1 ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา หรือที่รู้จักกันในนามหมู่บ้านปิยมิตร 5 ซึ่งเป็นหมู่บ้านของอดีต จคม. ผู้กลับใจเข้าร่วมพัฒนาชาติไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2530 ในอดีตเคยเป็นยุทธภูมิการสู้รบมาเกือบ 40 ปี มีลักษณะเป็นอุโมงค์ที่ขุดด้วยกำลังคนกว้างใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้น มีช่องทางเข้าออกหลายช่องทาง ความคดเคี้ยวขึ้นลงภายในอุโมงค์ประมาณ 600 เมตร สามารถบรรจุคนได้ประมาณ 200 คน ใช้เวลาขุดประมาณ 9 ปี ปัจจุบันการเดินทางไปเยี่ยมชมอุโมงค์แห่งนี้ มีถนนลาดยางผ่าน เดินทางได้สะดวก
อำเภอสะเดา
อำเภอสะเดาเป็นอำเภอชายแดน อยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดสงขลา ติดกับรัฐเคดาห์ของประเทศมาเลเซีย ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ประมาณ 60 กิโลเมตร
วัดถ้ำเขารูปช้าง อยู่ตำบลปาดังเบซาร์ เป็นวัดที่ใช้ถ้ำเป็นศาสนสถาน ภายในถ้ำมหินงอกหินย้อยอันวิจิตรงดงาม นอกจากนั้นภายในถ้ำยังแบ่งออกเป็นห้อง ๆ อีกหลายห้อง รอบ ๆ บริเวณวัดมีบรรยากาศสงบร่มรื่นมาก วัดถ้ำเขารูปช้างนี้อยู่ห่างจากตลาดปาดังเบซาร์ประมาณ 13 กิโลเมตร
กีฬาและกิจกรรมที่น่าสนใจ
ชนโค (วัวชน) เป็นกีฬาที่มีมานานและเป็นที่แพร่หลายในภาคใต้ กีฬาชนโคนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการสู้วัว แต่แตกต่างจากการสู้วัวของต่างประเทศ คือการสู้วัวนั้นใช้คนสู้กับวัว ส่วนการชนโคนั้นเป็นการนำวัวตัวผู้ 2 ตัวมาชนกันในแต่ละรอบ โดยมีผู้ชมคอยเชียร์และพนันกัน คู่ต่อสู้จะใช้เขาขวิดกันดันกัน ต่อสู้กันจนกว่าจะมีผู้เพลี่ยงพล้ำเสียที การต่อสู้ในแต่ละคู่อาจกินเวลานาน 15-30 นาที อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้แล้วแต่ความทรหดอดทนของวัวที่ฝึกฝนมา การชนโคนี้จัดให้มีขึ้นเดือนละครั้งในแต่ละสนาม สลับผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันจัดการแข่งขัน (ทั้งนี้หากตรงกับวันพระ การชนโคจะเลื่อนไป) โดยมีเดิมพันแต่ละคู่แต่ละครั้งเป็นจำนวนเงินหมื่นเงินแสน รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (074) 210617

เสาร์แรก สนามเนินขุมทอง
อาทิตย์แรก สนามคลองแงะ
สัปดาห์ที่ 2 บ้านชะเมา จ.นครศรีธรรมราช (เสาร์)
บ้านปากคลอง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง (อาทิตย์)
สัปดาห์ที่ 3 สนามบ้านขุนทอง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา (เสาร์)
สัปดาห์ที่ 4 สนามบ้านน้ำกระจาย (เสาร์)
สนามอำเภอรัตภูมิ สี่แยกคูหา (อาทิตย์)
นกเขาชวา (นกเขาเล็ก) นกเขาเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากในภาคใต้ โดยเฉพาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเลี้ยงกันมาก นกเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เพาะพันธุ์ได้จากฟาร์มนกเขาที่อำเภอจะนะ ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ ตามเส้นทางหลวงที่ 407 ประมาณ 40 กิโลเมตร นกเขาจากจะนะมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศมาเลเซีย, สิงคโปร์, และอินโดนีเซีย การแข่งขันนกเขาจัดเป็นประจำทุกปี ระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม การตัดสินนั้นกรรมการจะวัดจากเสียงของนก ทั้งโทนเสียง น้ำเสียง จังหวะการขัน ความดัง และความต่อเนื่องในการขัน นกที่ชนะการประกวดจะเป็นนกที่มีราคาแพงมาก บางนกราคาสูงถึงล้านบาท
กีฬายิงปืน ในจังหวัดสงขลามีสนามยิงปืน 2 สนาม ทั้งสองสนามเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปทุกวัน
สนามยิงปืนรุจรวงศ์ ตั้งอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ ตรงข้ามกับสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เป็นอาคารชั้นเดียว เปิดให้บริการทุกวัน มีเจ้าหน้าที่คอยฝึกสอนและควบคุม และยังมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ให้บริการพร้อม ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. (074) 243311
สนามยิงปืนราชนาวีสงขลา ตั้งอยู่ในบริเวณฐานทัพเรือสงขลา ถนนชลาทัศน์ (ริมทะเล) เปิดบริการทุกวัน มีปืนพร้อมเครื่องกระสุนชนิดและประเภทต่าง ๆ ไว้บริการ นอกจากนี้ บริเวณสนามยิงปืนยังมีร้านอาหารไว้บริการอีกด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (04) 311451-5
มวยไทย มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชาวไทยที่มีมาช้านานแล้ว มวยไทยจัดเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมมากในประเทศไทย การแข่งข้นชกมวยไทยมีจัดกันทั่วประเทศ ในจังหวัดสงขลาก็มีมวยไทยให้นักท่องเที่ยวได้ชมถึง 2 ที่ด้วยกัน คือ สนามมวยฐานทัพเรือสงขลา (โทร. (074) 311451-5 ต่อ 2049) ซึ่งจัดให้มีการแข่งขันทุกคืนวันพุธ และ สนามมวยหาดใหญ่ (โทร. (074) 232682) นักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด และซื้อบัตรเข้าชมได้ที่สนามมวยนั้น ๆ
กอล์ฟ กอล์ฟ เป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมกันในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยก็มีผู้นิยมเล่นกอล์ฟอยู่จำนวนไม่น้อย ทำให้มีสนามกอล์ฟมากมายในประเทศ จังหวัดสงขลาก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีผู้นิยมเล่นกอล์ฟและมีสนามกอล์ฟหลายสนาม สนามต่าง ๆ เหล่านี้เป็นที่นิยมของเหล่านักกอล์ฟในท้องถิ่นและจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง คือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมทั้งชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสงขลาด้วย
หาดใหญ่เอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟคลับ (18 หลุม 7,010 หลา 1,200 ไร่) ตั้งอยู่ที่บ้านวังพา ต.ทุ่งเสา อ.รัตภูมิ (ใกล้น้ำตกโตนงาช้าง) สำนักงาน โทร. (074) 234921, 243179, 346148-9 มีรถรับส่ง, ร้านอาหาร, ถุงกอล์ฟให้เช่า 7 ชุด ๆ ละ 300 บาท
หาดใหญ่ คันทรีคลับ (9 หลุม 130 ไร่) ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ สำนักงานขาย โทร. (074) 232582, 343121 มีร้านอาหาร, สระว่ายน้ำ, ถุงกอล์ฟให้เช่า 4-5 ชุด ๆ ละ 350 บาท Green Fee จันทร์-ศุกร์ 300 บาท สมาชิก 100 แขกของสมาชิก 150 บาท เสาร์-อาทิตย์ 400 บาท สมาชิก 100 บาท แขกของสมาชิก 200 บาท Caddy Fee 150 บาท
สนามกอล์ฟคอหงส์ (9 หลุม 500 ไร่) ตั้งอยู่ที่ ค่ายเสนาณรงค์ กองทัพภาคที่ 4 โทรศัพท์ (074) 211500-3 ต่อ 549 มีร้านอาหาร, ถุงกอล์ฟให้เช่า 3 ชุด ๆ ละ 300 บาท Green Fee จันทร์-ศุกร์ 200 บาท เสาร์-อาทิตย์ 400 บาท Caddy Fee 100 บาท
สนามกอล์ฟทองใหญ่ (9 หลุม 80 ไร่) ตั้งอยู่ริมหาดสมิหลา อ.เมือง สำนักงานขาย โทรศัพท์ (074) 323761 มีร้านอาหาร, ถุงกอล์ฟให้เช่า 2 ชุด ๆ ละ 350 บาท Green Fee จันทร์-ศุกร์ 150 บาท เสาร์-อาทิตย์ 250 บาท Caddy Fee 100 บาท
เซาท์เทิร์นฮิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ (18 หลุม 480 ไร่) ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ สำนักงานขาย บริษัทบ้านซูซูกิ จำกัด โทร. (074) 343560-3 มีสระว่ายน้ำ, สนามเทนนิส, ร้านอาหาร
สินค้าพื้นเมือง
สินค้าพื้นเมืองในจังหวัดสงขลา ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงในภาคใต้ มีทั้งนำมาจากจังหวัดอื่น และที่ผลิตขึ้นภายในจังหวัดสงขลาเอง สินค้าพื้นเมืองที่เป็นที่รู้จัก คือ
ผ้าทอเกาะยอ เป็นผ้าพื้นเมืองของจังหวัดสงขลา เป็นผ้าทอด้วยมือที่มีประวัติมานานมาก มีการทอขึ้นเฉพาะที่เกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา เท่านั้นจึงจะเป็นของแท้ ผ้าทอเกาะยอมีลวดลายสวยงามหลากหลายลาย ตัวอย่างเช่น ลายราชวัตร ลายลูกแก้ว ฯลฯ ผ้าทอเกาะยอของแท้มีคุณภาพดีมาก เนื้อผ้าทนทาน ใช้งานได้นานปี เหมาะที่ใช้ไปตัดทำเสื้อผ้าทั้งบุรุษและสตรี มีจำหน่ายตามร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกทั่วไปในอำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ และที่ตลาดเกาะยอ
ข้าวเกรียบกุ้ง-ปลา เป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของสงขลา มีรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง หาซื้อได้ทั่วไป ตามร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในประเทศไทย ใช้ทานเล่นเป็นอาหารว่างหรือประกอบอาหาร มีปลูกและจำหน่ายมากในแถบภาคใต้ จังหวัดสงขลาก็เป็นอีกที่หนึ่งที่มีเม็ดมะม่วงหิมพานต์จำหน่าย มีทั้งแบบอบสุกแล้ว และแบบดิบไว้ให้เลือกซื้อหาในราคาที่ซื้อหาได้
รูปหนังตะลุง หนังตะลุงเป็นศิลปะพื้นบ้านของภาคใต้ มีการแสดงทั่วไปในจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สงขลา การแสดงจะใช้ตัวหนังที่แกะจากหนังสัตว์ โดยอาศัยแสงจากหลอดไฟฟ้าเพื่อสะท้อนให้เห็นเงาหนัง และใช้คนพากย์เป็นเรื่องราวต่าง ๆ รูปหนังตะลุงมีคุณค่า ให้เป็นของที่ระลึกได้ มีจำหน่ายที่ร้านจำหน่ายของที่ระลึกทั่วไป

เทศกาลและประเพณีที่น่าสนใจ
เทศกาลสงกรานต์ จัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีที่มีมานาน มีการจัดขึ้นทั่วประเทศ และจังหวัดสงขลาก็ร่วมจัดเฉลิมฉลองด้วยในวันสงกรานต์ มีการประกอบพิธีทำบุญรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ หลังจากนั้นจะเป็นการเล่นสาดน้ำกัน ด้วยน้ำสะอาดผสมแป้งหอมหรือน้ำอบไทย อำเภอหาดใหญ่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่จัดงานขึ้นประจำทุกปีบริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 1, 2, 3 ตั้งแต่เช้ากระทั่งเย็น เป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ จะเดินทางมาร่วมสนุกกับชาวไทยในเทศกาลสงกรานต์กันมากมายเป็นประจำทุกปี
ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวไทย มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยมีการจัดงานขึ้นทั่วประเทศในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี (ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน) ประเพณีลอยกระทงจัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา (ในที่นี้หมายถึงแม่น้ำลำคลอง) และเป็นการขออภัยต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกินไป โดยใช้กระทงที่ประดิษฐ์จากใบตอง และวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ มีธูปเทียนเพื่อบูชาแม่คงคา และยังมีผม เล็บ และสตางค์ใส่ลงไปเพื่อลอยโชคร้ายไปกับกระทง นอกจากนั้นมักจะมีการเล่นพลุไฟ การประกวดกระทง และประกวดนางนพมาศ
ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว เป็นงานประเพณีของชาวสงขลาที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานานแล้ว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม) ณ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พิธีจะเริ่มก่อนวันงานด้วยการห่มผ้าพระเจดีย์บนยอดเขาตังกวน แล้วในวันงานช่วงเช้าจะเป็นพิธีตักบาตรเทโว บริเวณเชิงเขาตังกวน โดยพระสงฆ์หลายร้อยรูปมารวมกันที่เขาตังกวน แล้วเดินลงมาทางบันไดเพื่อรับบิณฑบาตรจากพุทธศาสนิกชนที่ไปคอยอยู่ที่เชิงเขา หลังจากนั้นเริ่มตั้งแต่เวลาสาย ๆ จะมีเรือพระจากวัดต่าง ๆ ในเขตจังหวัดสงขลา เคลื่นอผ่านให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญและลากพระตามความเชื่อที่ว่าจะได้บุญแรง เรือพระจากวัดต่าง ๆ จะมารวมกันที่บริเวณสระบัวเพื่อร่วมประกวดการตกแต่งเรือพระ นอกจากนี้ในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมด้วย
เทศกาลบุญเดือนสิบ เป็นงานประเพณีของชาวไทยภาคใต้ ซึ่งเกิดจากความเชื่อที่ว่าช่วงวันแรม 1-5 ค่ำของเดือนสิบ วิญญาณของญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้ไปเกิด (เปรต) จะได้รับการปลดปล่อยให้มาพบญาติพี่น้องของตนในเมืองมนุษย์ ดังนั้นผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็พยายามจัดหาอาหารต่าง ๆ ไปทำบุญตามวัด เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เทศกาลทำบุญเดือนสิบของอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลาแปลกไปจากของที่อื่น ๆ คือ มีการแห่หุ่นทองสูงซึ่งใช้แทนญาติหรือบุคคลอาวุโสผู้เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านด้วย
เทศกาลส่งเสริมสินค้าและผลไม้ไทย จัดเป็นประจำทุกปี (ประมาณเดือนกรกฎาคม) เป็นงานที่มีขึ้นเพื่อส่งเสริมการเกษตร มีสินค้าเกษตรจากจังหวัดภาคใต้มาแสดงและจำหน่ายในราคาถูก
หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
(รหัสทางไกล 074)สนามบินหาดใหญ่ 251008-12
การบินไทย 233533
ตำรวจทางหลวง 193, 211222
เทศบาลนครหาดใหญ่ 244777, 243050
เทศบาลเมืองสงขลา 322347
โรงพยาบาลหาดใหญ่ 230800-4
โรงพยาบาลสงขลา 321072-3
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ 212070-9
โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี 220300-4
โรงพยาบาลศิครินทร์ 366950-66
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสงขลา 311011
สถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ 243333, 231645